แรกเริ่มเดิมทีก็ไม่รู้ว่า blog กับไดอารี่
มันเหมือนหรือต่างกันยังไง
จนได้คุณเติ้ง (เพื่อนสนิทมิตรสหายที่รู้จักคนแรกสุดในไดฮับ)
อธิบายให้ฟังเลยพอเข้าใจ
แม้ว่า blog จะไม่ใช่ไดอารี่
แต่ในเมื่อเราชอบเขียนไดอารี่
แล้วจะขอเล่าความเป็นไปในแต่ละวันในนี้...
คงไม่ถูกตำรวจจับแต่อย่างใด
ที่ผ่านมาพูดได้ว่าชีวิตเหมือนเดิมแทบจะทุกวัน
เช้าทำงาน กลางคืนอยู่เวร ชีวิตมีแต่โรงพยาบาลกับคนไข้
แต่ช่วงสามสี่วันนี้มีสีสันในชีวิตเข้ามาหน่อยนึง
วันพฤหัสตอนเช้า - - - ไปงานรับปริญญาพี่รหัส
เห็นความสำเร็จของพี่ๆแล้วก็ยินดีปรีดาไปด้วย
คิดไปไกลว่า วันนี้ในปีหน้าก็จะเป็นวันของเราแล้วล่ะ
กว่าจะถึงวันนี้..พูดได้เลยว่าเหนื่อยแทบขาดใจ
ท้อไปก็หลายครั้ง...ยิ่งช่วงฝึกงานนี้จิตตกไปเลย
ดีว่าได้กำลังใจจากเพื่อนๆหลายคนทำให้มีกำลังใจจะสู้ต่อไป
วันศุกร์ --- วันทำงานวันสุดท้ายของการอยู่รพ.ข้างนอก
ตอนเที่ยง พี่มุ่ย พี่ที่สนิทกันพาไปเลี้ยงสเต็คเป็นการเลี้ยงส่ง
ตอนเย็น พี่รหัสพาไปเลี้ยงฉลองรับปริญญา
กินข้าวร้าน เปียโน
อาหารอร่อยแถมมีคนเล่นเปียโนให้ฟัง...เลยเจริญอาหารซะ
เท่านั้นไม่พอ ไปกินเค้กร้านโอมต่อ
ซึ่งได้ชื่อว่าอร่อยที่สุดในหาดใหญ่แล้ว
กลับหอมาสลบเลย...เนื่องจากอิ่มมากๆ
วันนี้
ต๊กใจตื่นมา ตี4 แหม๊..เสียดายจัง
(กรุณาร้องเป็นทำนองเพลงผู้ชายในฝัน)
ไม่ใช่ฝันเห็นผู้ชายในฝันนะคะ
แต่ตื่นมาเห็นพุงตัวเอง
ใหญ่มากกกกกก
แอบตกใจ...ช้านท้องกี่เดือนแล้วเนี่ย
ก็เลยคิดว่าไม่นอนมันแล้ว เดี๋ยว 6 โมงจะไปวิ่ง
เปิดคอมเห็นน้องชายออนไลน์อยู่เลยคุยด้วยพักนึง
( ตี 4 ที่เรา..จะเวลาประมาณตอนเย็นที่อเมริกา)
ตี 5 ไม่ถึงก็จวน
เลย missed call ให้แม่มาออนไลน์ด้วย
(เพิ่งสอนแม่ให้เล่นเป็นเมื่อวานนี่เอง
ต่อไปแม่จะติดแชทเหมือนลูกทั้งสองคนรึเปล่าเนี่ย)
.
.
.
ขอบคุณเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ช่วยให้โลกแคบขึ้น
แม่ถามด้วยว่า เวบที่จอยเขียนคือเวบไหนแม่จะเข้าไปอ่าน
ไม่ค่อยอยากจะบอกเล้ย
เดี๋ยวแม่เห็นธาตุแท้แล้วจะตกใจ
(ปกติก็เรียบร้อยเหมือนผ้าซุกไว้อยู่แล้ว)
ใครอยากมาเป็นลูกแม่จอย..
post บอกแม่ไว้ได้นะคะ.555
ถ้าไม่ทำงานก็นอน
ไม่ค่อยได้กินข้าวเช้า
เปิดดูหนังเก่าเก่าที่เคยดูแล้วอีกหน
วนเวียนไปอย่างนี้
ชีวิตของคนที่โสดหนึ่งคน
ได้แต่หายใจทิ้งไปวันวัน
เมื่อวาน...ถูกพี่รหัสถามตรงตรงว่าคิดยังไง
ถึงไม่ยอมมีคู่ใจซักที
.
.
.
ถามแบบนี้ฆ่ากันให้ตายเลยจะดีกว่ามั้ย
เอิ่ม...จะตอบว่าไงดีคะเนี่ย
edit @ 2005/09/17 09:02:22